เงินสำรองฉุกเฉิน ควรมีเท่าไรก่อนเริ่มลงทุน
- ทุกบทความสอนลงทุนมักขึ้นต้นเหมือนกันว่า "ต้องมีเงินสำรองฉุกเฉินก่อน" แต่ไม่ค่อยมีใครบอกว่าเท่าไรถึงพอ เก็บไว้ที่ไหน และถ้ายังไม่มีจะทำยังไงให้ครบเร็วขึ้น บทความนี้ตอบทั้งสามข้อด้วยตัวเลขที่คำนวณตามกรณีของตัวเองได้
เงินสำรองฉุกเฉินคืออะไร และไม่ใช่อะไร
เงินสำรองฉุกเฉินคือเงินก้อนที่กันไว้สำหรับเหตุการณ์ที่ทำให้รายได้หายหรือรายจ่ายพุ่ง โดยที่คุณไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า เช่น ตกงาน ป่วยจนทำงานไม่ได้ รถเสียหนัก หรือต้องบินกลับบ้านกะทันหัน
สิ่งที่มันไม่ใช่ ก็สำคัญพอกัน
- ไม่ใช่เงินดาวน์รถ นั่นคือเป้าหมายที่วางแผนไว้แล้ว ต้องแยกกระเป๋ากัน
- ไม่ใช่เงินเที่ยว ต่อให้ตั๋วลดราคาแค่ไหนก็ตาม
- ไม่ใช่เงินลงทุน มันมีหน้าที่ "อยู่ให้ครบ" ไม่ได้มีหน้าที่งอกเงย
ประเด็นสุดท้ายคือจุดที่คนเข้าใจผิดบ่อยที่สุด หลายคนเสียดายที่เงินก้อนใหญ่นอนอยู่เฉย ๆ เลยเอาไปลงหุ้นหรือกองทุนหุ้น พอเกิดเรื่องจริงขึ้นมาก็ต้องขายในวันที่ตลาดแดง กลายเป็นว่าเสียสองต่อ ทั้งขาดทุนและเสียแผน
ควรมีกี่เดือน ตอบตามงานที่ทำ
ตัวเลขที่ได้ยินกันบ่อยคือสามถึงหกเดือน แต่ตัวเลขเดียวไม่ได้เหมาะกับทุกคน สิ่งที่กำหนดจริงคือ ถ้ารายได้หายไปวันนี้ กว่าจะหางานใหม่ได้ใช้เวลานานแค่ไหน
| สถานการณ์ | ควรมีประมาณ | เพราะอะไร |
|---|---|---|
| พนักงานประจำ สายงานที่ตลาดต้องการ | 3–4 เดือน | หางานใหม่ได้ค่อนข้างเร็ว |
| พนักงานประจำ สายงานเฉพาะทางมาก | 6 เดือน | ตำแหน่งว่างน้อย ใช้เวลานานกว่า |
| ฟรีแลนซ์ รายได้ไม่แน่นอน | 6–12 เดือน | รายได้ขึ้นลงเอง ไม่มีเงินชดเชย |
| เจ้าของกิจการ | 12 เดือนขึ้นไป | ต้องกันเผื่อทั้งของตัวเองและของกิจการ |
| มีคนในบ้านต้องดูแล | บวกเพิ่มจากข้างบน | รายจ่ายที่ตัดไม่ได้มีมากกว่า |
คิดจากรายจ่าย ไม่ใช่รายได้
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยคือเอาเงินเดือนคูณจำนวนเดือน ซึ่งทำให้ตัวเลขสูงเกินจำเป็น จนหลายคนท้อแล้วไม่เริ่มเลย
สิ่งที่ต้องใช้จริงคือ รายจ่ายที่ตัดไม่ได้ต่อเดือน คือค่าเช่าหรือค่าผ่อนบ้าน ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าน้ำค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าผ่อนที่มีอยู่ และค่าประกัน ส่วนค่ากาแฟ ค่าดูหนัง ค่าช้อป ตอนตกงานจริงคุณตัดได้อยู่แล้ว
ตัวเลขข้างล่างเป็น ตัวอย่างสมมติ เพื่อให้เห็นวิธีคิด
| รายการที่ตัดไม่ได้ | ต่อเดือน |
|---|---|
| ค่าเช่าห้อง | 7,000 |
| ค่าอาหาร | 6,000 |
| ค่าเดินทาง | 2,000 |
| ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเน็ต ค่าโทรศัพท์ | 1,500 |
| ค่าผ่อนและค่าประกัน | 3,500 |
| รวม | 20,000 |
คนคนนี้ถ้าเป็นพนักงานประจำ เป้าหมายคือราว 60,000–80,000 บาท ถ้าเป็นฟรีแลนซ์ก็ราว 120,000–240,000 บาท ตัวเลขต่างกันคนละเรื่อง ทั้งที่รายจ่ายเท่ากัน เพราะความมั่นคงของรายได้ไม่เหมือนกัน
เก็บไว้ที่ไหน
เงื่อนไขของที่พักเงินก้อนนี้มีสามข้อ เรียงตามความสำคัญ
- ถอนได้เร็ว ภายในหนึ่งถึงสองวันทำการ ไม่ใช่รอเจ็ดวัน
- มูลค่าไม่แกว่ง ใส่เข้าไปแสน ถอนออกมาต้องได้ประมาณแสน ไม่ใช่แปดหมื่น
- ได้ผลตอบแทนบ้าง ข้อนี้สำคัญน้อยที่สุด อย่าเอาข้อนี้ไปแลกกับสองข้อแรก
ที่ที่ตรงเงื่อนไขนี้มักเป็นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูงที่ถอนได้ทันที หรือกองทุนรวมตลาดเงินซึ่งลงในตราสารหนี้ระยะสั้นมาก มูลค่าแทบไม่แกว่ง และขายคืนแล้วได้เงินภายในวันทำการถัดไป
ที่ที่ ไม่ควรใช้ คือหุ้น กองทุนหุ้น ทองคำ คริปโต และสลากที่ผูกเงินไว้ตามระยะเวลา เพราะผิดข้อสองหรือข้อหนึ่ง
เคล็ดลับที่ใช้ได้จริงคือ แยกบัญชีออกจากบัญชีที่ใช้จ่ายประจำ และอย่าผูกบัตรเดบิตกับบัญชีนั้น เงินที่กดง่ายเกินไปมักไม่ได้อยู่ครบจนถึงวันที่ต้องใช้จริง
ยังไม่มีเลย จะเก็บให้ครบยังไง
ถ้าเป้าหมายคือหกหมื่นบาท แล้วเก็บได้เดือนละสามพัน ก็ใช้เวลายี่สิบเดือน ฟังดูนานจนหลายคนล้มเลิกตั้งแต่ยังไม่เริ่ม สามวิธีนี้ช่วยย่นเวลาได้จริง
ตั้งเป้าย่อยแทนเป้าใหญ่
อย่ามองที่หกหมื่น ให้มองที่หนึ่งเดือนก่อน คือสองหมื่น พอถึงแล้วค่อยตั้งเป้าที่สองเดือน การเห็นความคืบหน้าเป็นสิ่งที่ทำให้คนทำต่อได้
ตัดอัตโนมัติวันเงินเดือนออก
ตั้งโอนอัตโนมัติเข้าบัญชีสำรองในวันที่เงินเดือนเข้า ไม่ใช่รอเหลือแล้วค่อยเก็บ เพราะเงินที่เหลือปลายเดือนมักไม่เหลือ
เอาเงินก้อนที่ไม่ได้อยู่ในแผนไปโปะ
โบนัส เงินคืนภาษี ของขวัญ เงินที่ได้จากการขายของเก่า เงินพวกนี้ไม่ได้อยู่ในงบประจำเดือนอยู่แล้ว โปะเข้าไปตรง ๆ จะไปถึงเป้าเร็วขึ้นมาก
แล้วต้องรอให้ครบก่อนถึงเริ่มลงทุนได้ไหม
นี่เป็นคำถามที่ตอบยากที่สุดในเรื่องนี้ และคำตอบไม่ได้เป็นขาวดำ
ถ้ายังมีเงินสำรองไม่ถึงหนึ่งเดือน ควรโฟกัสที่เงินสำรองอย่างเดียวก่อน เพราะความเสี่ยงที่จะต้องกู้ดอกเบี้ยแพงเมื่อเกิดเรื่อง สูงกว่าประโยชน์ที่ได้จากการลงทุนมาก
ถ้ามีแล้วสามเดือนแต่ยังไม่ถึงเป้า การเริ่มลงทุนด้วยเงินจำนวนน้อยควบคู่ไปด้วยก็สมเหตุสมผล เพราะมันสร้างนิสัยและทำให้ได้เริ่มเรียนรู้เร็วขึ้น วิธีที่หลายคนใช้คือแบ่งเงินที่เก็บได้แต่ละเดือนเป็นสองส่วน ส่วนใหญ่เข้าเงินสำรอง ส่วนน้อยเข้าการลงทุน อ่านวิธีเริ่มด้วยเงินก้อนเล็กได้ที่ DCA เดือนละ 1,000 บาท
เรื่องที่คนมักลืม
- ทบทวนตัวเลขปีละครั้ง ย้ายห้องใหม่ ค่าเช่าขึ้น เป้าหมายก็ต้องขยับตาม
- ใช้ไปแล้วต้องเติมกลับ ไม่ใช่ปล่อยพร่องไว้แล้วลืม
- ประกันสุขภาพช่วยลดขนาดเงินก้อนนี้ได้ เพราะค่ารักษาเป็นเหตุฉุกเฉินที่แพงที่สุด
- อย่าเอาเงินสำรองไปโปะหนี้จนหมด พอไม่มีสำรองแล้วเกิดเรื่อง ก็ต้องกลับไปก่อหนี้ใหม่
คำถามที่พบบ่อย
เก็บเป็นเงินสดในบ้านได้ไหม
เก็บบางส่วนไว้พอสำหรับสองสามวันก็สมเหตุสมผล เผื่อกรณีระบบธนาคารมีปัญหา แต่ก้อนใหญ่ไม่ควรเก็บเป็นเงินสด เพราะเสี่ยงสูญหายและไม่ได้ดอกเบี้ยเลย
มีบัตรเครดิตวงเงินสูงแล้ว ยังต้องมีเงินสำรองไหม
ต้องมี บัตรเครดิตคือการเลื่อนจ่าย ไม่ใช่เงินของคุณ ถ้าเหตุฉุกเฉินคือการตกงาน การรูดบัตรจะเปลี่ยนปัญหาสภาพคล่องให้กลายเป็นหนี้ดอกเบี้ยสูง ซึ่งแก้ยากกว่าเดิม
เอาไปฝากประจำได้ไหม ดอกเบี้ยดีกว่า
ฝากประจำผิดเงื่อนไขข้อแรกคือถอนได้เร็ว ถอนก่อนกำหนดมักเสียดอกเบี้ยที่ควรได้ ถ้าอยากได้ดอกเบี้ยสูงขึ้น อาจแบ่งบางส่วนไปฝากประจำระยะสั้นได้ แต่ต้องเหลือส่วนที่ถอนได้ทันทีให้พอสำหรับหนึ่งถึงสองเดือนเสมอ
กองทุนตลาดเงินเสี่ยงไหม
เสี่ยงต่ำแต่ไม่ใช่ศูนย์ เพราะยังเป็นการลงทุน ไม่ใช่เงินฝากที่มีการคุ้มครอง ในทางปฏิบัติมูลค่าแทบไม่แกว่ง แต่ควรอ่านหนังสือชี้ชวนและเลือกกองที่ลงในตราสารคุณภาพสูง อ่านเรื่องกองทุนเพิ่มที่ หมวดกองทุน
มีเงินสำรองครบแล้ว ควรทำอะไรต่อ
ลำดับที่คนส่วนใหญ่ใช้คือ เคลียร์หนี้ดอกเบี้ยสูงให้หมด ทำประกันสุขภาพให้ครอบคลุม แล้วค่อยเริ่มลงทุนระยะยาว อ่านขั้นตอนเริ่มต้นได้ที่ เปิดพอร์ตหุ้นครั้งแรก
สรุปสั้น ๆ
เงินสำรองฉุกเฉินคิดจากรายจ่ายที่ตัดไม่ได้ ไม่ใช่จากเงินเดือน จำนวนเดือนขึ้นกับว่ารายได้ของคุณมั่นคงแค่ไหน พนักงานประจำสามถึงหกเดือน ฟรีแลนซ์และเจ้าของกิจการต้องมากกว่านั้น
เก็บไว้ในที่ที่ถอนได้เร็วและมูลค่าไม่แกว่ง ผลตอบแทนเป็นเรื่องรอง และอย่าเอาไปลงในสิ่งที่ราคาขึ้นลงได้ เพราะหน้าที่ของเงินก้อนนี้คืออยู่ให้ครบในวันที่คุณต้องการมันจริง ๆ
บทความนี้อธิบายหลักการวางแผนการเงินโดยทั่วไป ไม่ได้แนะนำผลิตภัณฑ์ทางการเงินของสถาบันใด และไม่ได้ระบุอัตราดอกเบี้ย ณ ช่วงเวลาใด ควรเทียบเงื่อนไขล่าสุดกับสถาบันการเงินโดยตรง ใช้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
สมัครสมาชิกฟรี รับสรุปข่าวก่อนตลาดเปิด และอ่านบทความย้อนหลังได้ครบ
สมัครฟรี เข้ากลุ่มข่าวหุ้น