DCA กองทุนดัชนีโลก 5 ปี ควรคาดหวังแค่ไหน
- กองทุนดัชนีโลกเป็นทางเลือกยอดนิยมของคนที่อยากลงทุนหุ้นทั่วโลก ด้วยเงินก้อนเล็กและไม่อยากเลือกหุ้นเอง แต่คำถามที่ตอบยากคือ ลงทุนไป 5 ปีควรคาดหวังเท่าไร บทความนี้ตอบด้วยวิธีคิดที่ตรวจสอบได้ และเปิดกรณีที่ผลออกมาไม่ดีให้เห็นด้วย ไม่ใช่โชว์แต่ด้านสวย
กองทุนดัชนีโลกคืออะไร
กองทุนดัชนีคือกองที่ไม่พยายามเลือกหุ้นให้ชนะตลาด แต่ตั้งเป้าให้ผลตอบแทน ใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิงมากที่สุด ส่วน "ดัชนีโลก" หมายถึงดัชนีที่รวมหุ้น จากหลายประเทศเข้าด้วยกัน ไม่ได้จำกัดอยู่ประเทศเดียว
ผลที่ได้คือเงินก้อนเดียวกระจายไปในบริษัทจำนวนมากทั่วโลกโดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำเองไม่ได้ด้วยเงินของนักลงทุนรายย่อยทั่วไป
ต่างจากกองที่ผู้จัดการเลือกหุ้นยังไง
| หัวข้อ | กองดัชนี | กองที่ผู้จัดการเลือกหุ้น |
|---|---|---|
| เป้าหมาย | ตามดัชนีให้ใกล้ที่สุด | พยายามชนะดัชนี |
| ค่าธรรมเนียมจัดการ | มักต่ำกว่า | มักสูงกว่า |
| ผลลัพธ์ที่คาดเดาได้ | คาดเดาได้ว่าจะใกล้ดัชนี | อาจดีกว่าหรือแย่กว่าดัชนีก็ได้ |
| ต้องเลือกเก่งไหม | เลือกดัชนีให้ถูกก็พอ | ต้องเลือกผู้จัดการที่ทำได้ดีต่อเนื่อง |
ประเด็นสำคัญคือค่าธรรมเนียมเป็นสิ่งที่ แน่นอน ส่วนความสามารถในการชนะดัชนีเป็นสิ่งที่ ไม่แน่นอน กองที่คิดค่าธรรมเนียมสูงกว่าจึงต้องทำผลงานชนะให้ได้มากพอที่จะคุ้มส่วนต่างนั้นก่อน ถึงจะเริ่มดีกว่าสำหรับผู้ถือหน่วย
ลองคิดดู DCA 5 ปี ได้เท่าไร
ตัวเลขข้างล่างเป็น การคำนวณเชิงสมมติ ไม่ใช่ผลตอบแทนของกองใดกองหนึ่ง และไม่ใช่สิ่งที่รับประกัน สมมติลงทุนเดือนละ 5,000 บาท ต่อเนื่อง 5 ปี รวมเงินที่ใส่เอง 300,000 บาท แล้วดูว่าถ้าผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีต่างกัน ผลลัพธ์จะต่างกันแค่ไหน
| ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปี | มูลค่าเมื่อครบ 5 ปี | ส่วนต่างจากเงินที่ใส่ |
|---|---|---|
| −3% (ปีที่ตลาดไม่ดี) | ราว 278,000 | ติดลบราว 22,000 |
| 0% | 300,000 | เท่าทุน |
| 3% | ราว 323,000 | บวกราว 23,000 |
| 5% | ราว 340,000 | บวกราว 40,000 |
| 8% | ราว 367,000 | บวกราว 67,000 |
สองอย่างที่ตารางนี้บอก อย่างแรกคือ ช่วงผลลัพธ์กว้างมาก ต่างกันเกือบเก้าหมื่นบาทระหว่างกรณีแย่กับกรณีดี ทั้งที่ใส่เงินเท่ากัน อย่างที่สองคือ กรณีติดลบเป็นไปได้จริง ห้าปีไม่ได้ยาวพอที่จะรับประกันว่าหุ้นจะให้ผลบวก
ทำไม 5 ปีอาจสั้นเกินไปสำหรับหุ้น
หุ้นให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงกว่าเงินฝากในระยะยาว แต่คำว่า "เฉลี่ย" ซ่อนความจริงไว้อย่างหนึ่ง คือระหว่างทางมันแกว่งแรงมาก
ในกรอบเวลาห้าปี มีความเป็นไปได้ที่จะเจอช่วงตลาดขาลงยาวคาบเกี่ยวเข้ามา แล้วครบกำหนดพอดีตอนที่ยังไม่ฟื้น คนที่ต้องใช้เงินก้อนนั้นพอดีจึงถูกบังคับให้ขายตอนขาดทุน ยิ่งกรอบเวลาสั้น โอกาสเจอสถานการณ์แบบนี้ยิ่งสูง
ข้อดีอย่างหนึ่งของ DCA คือถ้าตลาดลงในช่วงกลางทาง เงินงวดหลัง ๆ จะได้ซื้อในราคาถูกลง ทำให้ต้นทุนเฉลี่ยลดลง แต่ข้อนี้จะช่วยได้ก็ต่อเมื่อ คุณยังซื้อต่อในช่วงที่ตลาดลง ซึ่งเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ทำไม่ได้เพราะกลัว
ข้อสรุปเชิงปฏิบัติคือ ถ้าเงินก้อนนี้ต้องใช้แน่ ๆ ในห้าปี กองหุ้นล้วนอาจไม่ใช่เครื่องมือที่เหมาะ ควรพิจารณากองที่ความเสี่ยงต่ำกว่า หรือแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนที่ต้องใช้แน่ไว้ในสินทรัพย์ที่ผันผวนน้อย ส่วนที่ยืดเวลาได้ค่อยไว้ในหุ้น
สิ่งที่ควรดูก่อนเลือกกองดัชนีโลก
- ดัชนีอ้างอิงคืออะไร ดัชนีโลกแต่ละตัวมีสัดส่วนประเทศไม่เท่ากัน บางตัวน้ำหนักอเมริกาสูงมาก บางตัวรวมตลาดเกิดใหม่ด้วย ผลตอบแทนจึงต่างกัน
- ค่าธรรมเนียมรวมต่อปี ดูตัวเลขรวม ไม่ใช่แค่ค่าจัดการ เพราะยังมีค่าใช้จ่ายอื่นที่หักจากกองด้วย
- ป้องกันความเสี่ยงค่าเงินหรือไม่ มีผลกับผลตอบแทนที่คุณเห็นเป็นบาทอย่างมาก อ่านเพิ่มที่ บทความเรื่องค่าเงินบาทกับพอร์ต
- ส่วนต่างจากดัชนี กองดัชนีที่ดีควรให้ผลใกล้ดัชนีหลังหักค่าธรรมเนียม ถ้าห่างมากผิดปกติ แปลว่าบริหารได้ไม่ดีหรือมีต้นทุนแฝงสูง
- ขนาดกองและอายุกอง กองที่เล็กมากหรือเพิ่งตั้งอาจยังไม่มีข้อมูลพอให้ประเมิน
DCA แบบไหนที่ทำแล้วอยู่รอด
- ตั้งจำนวนเงินที่จ่ายได้แม้ในเดือนที่รายได้ไม่ดี ตั้งสูงเกินไปแล้วต้องหยุดกลางทาง แย่กว่าตั้งต่ำแล้วทำได้ต่อเนื่อง
- ตั้งคำสั่งอัตโนมัติ ให้ระบบทำงานแทนอารมณ์
- อย่าเปิดดูทุกวัน ความผันผวนรายวันไม่มีข้อมูลอะไรที่ใช้ตัดสินใจได้จริง
- ทบทวนปีละครั้ง ดูว่ายังตรงเป้าหมายไหม ค่าธรรมเนียมยังสมเหตุสมผลไหม
- เตรียมใจไว้ล่วงหน้าว่าจะเจอปีที่ติดลบ การรู้ล่วงหน้าทำให้ตอนมันเกิดขึ้นจริง คุณไม่ตกใจจนขายทิ้ง
คำถามที่พบบ่อย
กองดัชนีโลกดีกว่ากองหุ้นไทยไหม
ไม่ใช่เรื่องดีกว่าหรือแย่กว่า แต่เป็นการกระจายความเสี่ยงคนละแบบ กองดัชนีโลกกระจายไปหลายประเทศ ลดการผูกกับเศรษฐกิจไทยประเทศเดียว แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงค่าเงินเข้ามา คนจำนวนมากถือทั้งสองอย่างในสัดส่วนที่รับได้
ทำไมตารางถึงมีกรณีติดลบ ทั้งที่คนบอกว่าหุ้นระยะยาวขึ้นเสมอ
เพราะ "ระยะยาว" ที่คนพูดถึงมักหมายถึงสิบปีขึ้นไป ไม่ใช่ห้าปี และการที่ค่าเฉลี่ยระยะยาวเป็นบวก ไม่ได้แปลว่าทุกช่วงห้าปีจะเป็นบวก การแสดงเฉพาะกรณีที่ผลออกมาดีคือการให้ข้อมูลไม่ครบ
ควรลงกองเดียวหรือหลายกอง
กองดัชนีโลกกองเดียวก็กระจายไปทั่วโลกอยู่แล้ว การซื้อหลายกองที่ลงคล้ายกัน ไม่ได้เพิ่มการกระจายจริง แต่ทำให้ติดตามยากขึ้นและอาจจ่ายค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน ถ้าจะเพิ่มกอง ควรเพิ่มกองที่ลงในสินทรัพย์ต่างประเภทไปเลย
ระหว่างทางตลาดตกหนัก ควรหยุด DCA ไหม
ถ้ายังมีเงินและยังไม่ต้องใช้ก้อนนั้น การซื้อต่อในช่วงราคาต่ำคือจุดที่ DCA ทำงานได้ดีที่สุด คนที่หยุดตอนตลาดลงมักกลับเข้ามาอีกทีตอนราคากลับขึ้นไปแล้ว แต่ถ้ารายได้หายไปจริง ๆ การหยุดชั่วคราวเพื่อรักษาสภาพคล่องก็เป็นเรื่องที่ถูกต้อง
คำนวณเองได้ที่ไหน
ลองใส่ตัวเลขของตัวเองได้ที่ เครื่องคำนวณของเรา หรืออ่านวิธีเริ่มด้วยเงินก้อนเล็กที่บทความ DCA เดือนละ 1,000 บาท
สรุปสั้น ๆ
กองทุนดัชนีโลกทำให้เงินก้อนเล็กกระจายไปทั่วโลกได้ด้วยค่าธรรมเนียมที่มักต่ำกว่ากองที่เลือกหุ้นเอง แต่การลงทุนห้าปีในสินทรัพย์ที่เป็นหุ้น ยังมีโอกาสจบลงด้วยผลติดลบอยู่จริง ไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม
ถ้าเงินก้อนนี้ยืดเวลาได้และคุณทน DCA ต่อในช่วงตลาดลงไหว มันเป็นเครื่องมือที่ตรงไปตรงมาและใช้ได้จริง ถ้าไม่ใช่ ควรเลือกสินทรัพย์ที่ผันผวนน้อยกว่า อ่านเพิ่มได้ที่ หมวดกองทุน
ตัวเลขในบทความเป็นการคำนวณเชิงสมมติเพื่อแสดงวิธีคิด ไม่ใช่ผลตอบแทนที่รับประกันและไม่ได้อ้างอิงกองทุนใดกองหนึ่ง ผลตอบแทนในอดีตไม่ได้บอกผลตอบแทนในอนาคต การลงทุนมีความเสี่ยง ควรศึกษาหนังสือชี้ชวนก่อนตัดสินใจ ใช้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
สมัครสมาชิกฟรี รับสรุปข่าวก่อนตลาดเปิด และอ่านบทความย้อนหลังได้ครบ
สมัครฟรี เข้ากลุ่มข่าวหุ้น