ค่าเงินบาทอ่อน–แข็ง กระทบพอร์ตหุ้นเรายังไง
- ตัวเลข USD/THB สูงขึ้น = บาทอ่อน ตัวเลขลดลง = บาทแข็ง (ตรงข้ามกับความรู้สึก)
- บาทอ่อนดีต่อกลุ่มส่งออกและท่องเที่ยว บาทแข็งดีต่อกลุ่มนำเข้าและสายการบิน
- ถ้าถือกองทุนต่างประเทศแบบไม่ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน ค่าเงินจะกระทบผลตอบแทนโดยตรง
จำง่าย ๆ ก่อน
ราคาที่เห็นคือ "ใช้เงินบาทกี่บาทเพื่อซื้อ 1 ดอลลาร์"
- 34 → 36 = ต้องใช้บาทมากขึ้น = บาทอ่อน
- 34 → 33 = ใช้บาทน้อยลง = บาทแข็ง
ที่คนสับสนบ่อยเพราะ "ตัวเลขขึ้น" แต่เรียกว่า "อ่อน" ซึ่งฟังดูขัดกัน
กระทบหุ้นไทยกลุ่มไหน
บาทอ่อน — กลุ่มที่มีรายได้เป็นเงินตราต่างประเทศได้ประโยชน์ เช่น ส่งออกอาหาร ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ยางพารา ท่องเที่ยวและโรงแรม เพราะแปลงรายได้กลับเป็นบาทได้มากขึ้น
ส่วนกลุ่มที่เสียประโยชน์คือผู้นำเข้า สายการบิน โรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงนำเข้า และบริษัทที่มีหนี้สกุลดอลลาร์ เพราะภาระหนี้เมื่อคิดเป็นบาทจะเพิ่มขึ้น
บาทแข็ง — สลับข้างกันทั้งหมด
กระทบกองทุนต่างประเทศยังไง
สมมติถือกองทุนหุ้นโลก ปีนี้กองทำผลตอบแทนได้ 12% ในสกุลดอลลาร์ แต่บาทแข็งค่า 5% ผลตอบแทนที่เห็นในบัญชีจะเหลือราว 7%
ทางเลือกคือดูว่ากองที่ซื้อเป็นแบบ hedged (ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน) หรือ unhedged กอง hedged จะตัดผลของค่าเงินออกไปแต่มีต้นทุนการป้องกันเพิ่ม ไม่มีแบบไหนดีกว่าเสมอ ขึ้นกับมุมมองค่าเงินและความต้องการความแน่นอน
สิ่งที่ต้องจับตาต่อ
- ทิศทางดอกเบี้ยไทยเทียบสหรัฐฯ
- ดุลบัญชีเดินสะพัดและตัวเลขนักท่องเที่ยว
- สัดส่วนกอง hedged / unhedged ในพอร์ตของตัวเอง
ตัวเลขและรายละเอียดในบทความนี้เป็น เนื้อหาตัวอย่างเพื่อการออกแบบเว็บไซต์ ยังไม่ใช่ข้อมูลตลาดจริง และไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน โปรดตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งทางการก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
สมัครสมาชิกฟรี รับสรุปข่าวก่อนตลาดเปิด และอ่านบทความย้อนหลังได้ครบ
สมัครฟรี เข้ากลุ่มข่าวหุ้น