หุ้นทันใจ ข่าวหุ้นทันใจ อ่านจบใน 1 นาที
🌱 กองทุน

Thai ESG กับ RMF ต่างกันยังไง เลือกอันไหนดี

· อ่าน 13 นาที

🌱
สรุปให้ก่อน
  • ทุกปลายปีคำถามเดิมจะกลับมา คือควรซื้อกองทุนลดหย่อนภาษีตัวไหนดี สองตัวที่คนเทียบกันบ่อยที่สุดคือ Thai ESG กับ RMF ทั้งคู่ลดหย่อนภาษีได้เหมือนกัน แต่เงื่อนไขการถือครองและสิ่งที่ไปลงทุนต่างกันมาก เลือกผิดตัวอาจต้องถือยาวกว่าที่ตั้งใจไว้หลายสิบปี

เทียบให้เห็นภาพก่อน

ก่อนลงรายละเอียด ดูความต่างหลักพร้อมกันในที่เดียว ส่วนที่เหลือของบทความจะขยายทีละข้อว่าแต่ละอันมีผลกับคุณยังไง

หัวข้อThai ESGRMF
เป้าหมายของนโยบายสนับสนุนตลาดทุนไทยและกิจการที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาลสนับสนุนการออมเพื่อวัยเกษียณ
ลงทุนในอะไรเน้นสินทรัพย์ไทยที่ผ่านเกณฑ์ ESGเลือกได้หลากหลาย ทั้งไทยและต่างประเทศ หุ้น ตราสารหนี้ ทองคำ
เงื่อนไขถือครองถือตามจำนวนปีที่กำหนด นับจากวันที่ซื้อแต่ละครั้งถือจนอายุครบเกณฑ์เกษียณ และต้องลงทุนต่อเนื่องตามเงื่อนไข
ต้องซื้อทุกปีไหมไม่ต้องต้องซื้อต่อเนื่อง เว้นได้ไม่เกินที่กำหนด
เหมาะกับคนที่อยากลดหย่อนแต่ไม่อยากผูกเงินยาวถึงเกษียณคนที่ตั้งใจออมเพื่อเกษียณจริงจัง

ข้อที่ต่างชัดที่สุดและมีผลกับชีวิตจริงมากที่สุดคือ ระยะเวลาที่เงินถูกผูกไว้ กับ ภาระผูกพันว่าต้องซื้อต่อเนื่องหรือไม่

RMF ผูกยาวถึงเกษียณ และผูกเป็นภาระรายปี

RMF ย่อมาจากกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ชื่อบอกเป้าหมายชัดเจนว่าออกแบบมาเพื่อวัยเกษียณ เงื่อนไขจึงเข้มกว่ากองทุนลดหย่อนตัวอื่น

สองเงื่อนไขที่คนมักประเมินต่ำเกินไปคือ

  • ต้องถือจนอายุครบเกณฑ์ ซึ่งสำหรับคนอายุยี่สิบต้น ๆ หมายถึงอีกสามสิบกว่าปี
  • ต้องซื้อต่อเนื่อง เว้นได้ไม่เกินจำนวนปีที่กำหนด ถ้าเว้นเกินจะผิดเงื่อนไข

ถ้าผิดเงื่อนไข ผลไม่ใช่แค่ปีนั้น แต่ต้อง คืนภาษีที่เคยได้ลดหย่อนไปย้อนหลัง พร้อมเงินเพิ่ม และกำไรที่ได้จากการขายก็อาจต้องนำไปเสียภาษีด้วย นี่เป็นจุดที่ทำให้คนที่รายได้ไม่แน่นอนเจอปัญหา เพราะปีที่รายได้ตกก็ยังต้องหาเงินมาซื้อต่อ

ในทางกลับกัน ถ้าคุณมีรายได้มั่นคง ตั้งใจออมเพื่อเกษียณอยู่แล้ว และเลือกกองทุนที่นโยบายเหมาะกับระยะยาว RMF ก็เป็นเครื่องมือที่ทำงานได้ดี เพราะบังคับให้ออมสม่ำเสมอโดยไม่ต้องใช้วินัยตัวเองล้วน ๆ

Thai ESG ผูกสั้นกว่า แต่ขอบเขตการลงทุนแคบกว่า

Thai ESG ออกแบบมาคนละโจทย์ คือสนับสนุนตลาดทุนไทยและกิจการที่ทำเรื่อง สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล จุดขายหลักคือ ระยะเวลาถือครองสั้นกว่า RMF มาก และไม่ได้บังคับว่าต้องซื้อทุกปี

ข้อแลกเปลี่ยนคือขอบเขตการลงทุนแคบกว่า เพราะต้องลงในสินทรัพย์ไทยที่ผ่านเกณฑ์ คุณจึงไม่สามารถใช้ Thai ESG กระจายความเสี่ยงไปตลาดต่างประเทศได้เหมือน RMF บางกอง

อีกจุดที่ต้องเข้าใจคือ การนับระยะเวลาถือครองนับแยกเป็นก้อน ๆ ตามวันที่ซื้อ ไม่ได้นับรวมทั้งบัญชี ซื้อเดือนนี้ก้อนหนึ่งกับซื้อปีหน้าอีกก้อนหนึ่ง ก้อนหลังก็เริ่มนับใหม่ ไม่ใช่ครบพร้อมกัน คนที่ทยอยซื้อจึงต้องจดวันที่ไว้ให้ดี

แล้วเลือกยังไง ตอบจากสถานการณ์ตัวเอง

ถ้าอายุยังน้อยและรายได้ยังไม่นิ่ง

Thai ESG มักเหมาะกว่า เพราะไม่ผูกเงินถึงเกษียณและไม่บังคับซื้อต่อเนื่อง ปีไหนรายได้ดีก็ซื้อ ปีไหนไม่ไหวก็เว้นได้โดยไม่เสียสิทธิที่เคยได้ไปแล้ว

ถ้ารายได้มั่นคงและตั้งใจออมยาวอยู่แล้ว

RMF ตรงเป้าหมายกว่า และเลือกนโยบายลงทุนได้กว้างกว่ามาก ทั้งกองหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ ตราสารหนี้ หรือทองคำ ทำให้จัดพอร์ตเกษียณได้ครบในเครื่องมือเดียว

ถ้าอยากลดหย่อนให้เต็มสิทธิ

ใช้ทั้งสองตัวพร้อมกันได้ เพราะเป็นคนละรายการลดหย่อน แต่ต้องระวังว่าเงินที่ผูกไว้รวมกันแล้วไม่กระทบสภาพคล่องในชีวิตจริง คนจำนวนไม่น้อยซื้อเต็มสิทธิเพื่อประหยัดภาษี แล้วต้องไปกู้เงินมาใช้จ่ายในปีถัดไป ซึ่งดอกเบี้ยที่จ่ายมักแพงกว่าภาษีที่ประหยัดได้

เรื่องที่คนมองข้ามแต่สำคัญกว่าการเลือกประเภทกองทุน

เลือกได้ว่าจะซื้อ Thai ESG หรือ RMF แล้ว ยังเหลือการเลือกว่าจะซื้อกองไหน ซึ่งมีผลกับผลตอบแทนระยะยาวมากกว่าการเลือกประเภทเสียอีก สิ่งที่ควรดูก่อนตัดสินใจ

  • ค่าธรรมเนียมการจัดการรายปี ต่างกัน 1% ต่อปี เมื่อทบไปสามสิบปีคือเงินก้อนใหญ่
  • นโยบายการลงทุน กองชื่อคล้ายกันอาจลงทุนคนละแบบสิ้นเชิง ต้องอ่านหนังสือชี้ชวน
  • ความเสี่ยงที่รับได้ กองหุ้นล้วนกับกองผสมให้ประสบการณ์ต่างกันมากในปีที่ตลาดลง
  • ขนาดกองทุนและสภาพคล่อง กองเล็กมากอาจมีปัญหาตอนขายคืนก้อนใหญ่

ตัวอย่างการคิด

ตัวเลขข้างล่างเป็น ตัวอย่างสมมติ เพื่อให้เห็นวิธีคิด ไม่ใช่คำแนะนำ และไม่ได้อ้างอิงวงเงินของปีใดปีหนึ่ง สมมติคนสองคนมีเงินลงทุนเท่ากัน

คนที่ 1 อายุ 27 ฟรีแลนซ์คนที่ 2 อายุ 45 พนักงานประจำ
รายได้ขึ้นลงตามงานสม่ำเสมอ
ระยะถึงเกษียณอีกกว่า 30 ปีอีกราว 10 ปี
ผูกเงินยาวได้ไหมเสี่ยง อาจต้องใช้เงินกะทันหันได้ มีเงินสำรองแล้ว
ทางที่สมเหตุสมผลกว่าเริ่มที่ Thai ESGRMF เป็นหลัก

ประเด็นไม่ใช่ว่าตัวไหนดีกว่าโดยตัวมันเอง แต่อยู่ที่ว่าเงื่อนไขของกองทุน ตรงกับความสามารถในการผูกเงินของคุณหรือเปล่า

คำถามที่พบบ่อย

ซื้อทั้ง Thai ESG และ RMF ในปีเดียวกันได้ไหม

ได้ เป็นคนละรายการลดหย่อน ไม่ได้ตัดสิทธิกัน แต่ต้องดูวงเงินรวมของแต่ละรายการในปีภาษีนั้นจากประกาศล่าสุด และดูสภาพคล่องของตัวเองเป็นหลัก ไม่ใช่ซื้อเต็มเพราะอยากประหยัดภาษีอย่างเดียว

ขายก่อนครบเงื่อนไขจะเกิดอะไรขึ้น

ต้องคืนภาษีที่เคยได้ลดหย่อนไปพร้อมเงินเพิ่ม และกำไรจากการขายอาจต้องเสียภาษีด้วย รวมแล้วมักแพงกว่าที่คิด จึงควรซื้อเท่าที่แน่ใจว่าจะไม่ต้องใช้เงินก้อนนั้นก่อนครบเงื่อนไข

ปีนี้รายได้น้อย ยังต้องซื้อ RMF ไหม

ต้องดูเงื่อนไขความต่อเนื่องของ RMF ที่ถืออยู่ เพราะการเว้นเกินจำนวนปีที่กำหนดถือว่าผิดเงื่อนไข บาง บลจ. อนุญาตให้ซื้อขั้นต่ำจำนวนไม่มากเพื่อรักษาความต่อเนื่องได้ ควรสอบถาม บลจ. ที่ถือกองอยู่โดยตรงก่อนตัดสินใจเว้น

Thai ESG ถือครบแล้วขายได้เลยไหม

ได้ เมื่อครบระยะเวลาที่กำหนดของก้อนนั้น โดยนับแยกตามวันที่ซื้อแต่ละครั้ง ไม่ได้นับรวมทั้งบัญชี ถ้าทยอยซื้อหลายรอบ แต่ละรอบจะครบกำหนดคนละเวลา

ลดหย่อนภาษีได้เท่าไรถึงจะคุ้ม

ขึ้นกับฐานภาษีของคุณ คนที่ฐานภาษีสูงจะได้ประโยชน์จากการลดหย่อนมากกว่า คนที่ฐานภาษีต่ำหรือไม่ถึงเกณฑ์เสียภาษี การซื้อกองทุนลดหย่อนอาจไม่คุ้มกับการผูกเงินยาว ลองคำนวณภาษีที่ประหยัดได้จริงก่อน แล้วค่อยตัดสินใจ

สรุปสั้น ๆ

Thai ESG กับ RMF ลดหย่อนภาษีได้ทั้งคู่ แต่คนละโจทย์ RMF ผูกยาวถึงเกษียณและต้องซื้อต่อเนื่อง แลกกับขอบเขตการลงทุนที่กว้าง Thai ESG ผูกสั้นกว่าและไม่บังคับซื้อทุกปี แลกกับขอบเขตที่แคบกว่า

เลือกจากความสามารถในการผูกเงินของตัวเองเป็นหลัก แล้วค่อยเลือกกองที่ค่าธรรมเนียมต่ำ และนโยบายตรงกับความเสี่ยงที่รับไหว อ่านเรื่องกองทุนเพิ่มได้ที่ หมวดกองทุน และดูแหล่งข้อมูลที่เราใช้อ้างอิงที่ หน้าแหล่งข้อมูล

บทความนี้อธิบายความต่างเชิงหลักการ ไม่ได้ระบุวงเงินลดหย่อนของปีใดปีหนึ่ง เพราะวงเงินและเงื่อนไขปรับได้ทุกปี ก่อนซื้อจริงต้องตรวจสอบตัวเลขล่าสุด กับกรมสรรพากรและหนังสือชี้ชวนของกองทุนนั้น ใช้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

น้องทันใจชวนเข้ากลุ่มข่าวหุ้น
อยากได้ข่าวแบบนี้ทุกวัน?

สมัครสมาชิกฟรี รับสรุปข่าวก่อนตลาดเปิด และอ่านบทความย้อนหลังได้ครบ

สมัครฟรี เข้ากลุ่มข่าวหุ้น

อ่านต่อในหมวดกองทุน

ดูบทความทั้งหมดในหมวดกองทุน →