ETF คืออะไร ต่างจากกองทุนรวมตรงไหน
- เวลาอ่านเรื่องลงทุนต่างประเทศจะเจอคำว่า ETF อยู่เรื่อย ๆ บางคนบอกว่ามันคือกองทุนรวมแบบหนึ่ง บางคนบอกว่ามันคือหุ้น ความจริงคือทั้งสองอย่าง และความต่างที่ฟังดูเป็นเรื่องเทคนิค มีผลกับต้นทุนและวิธีซื้อของคุณโดยตรง
ETF คืออะไร อธิบายแบบไม่ใช้ศัพท์
ลองนึกภาพตะกร้าที่ข้างในมีหุ้นหลายร้อยตัว แล้วมีคนแบ่งความเป็นเจ้าของตะกร้านั้น ออกเป็นหน่วยเล็ก ๆ ให้ซื้อขายกันได้ นั่นคือกองทุนรวม
ทีนี้ถ้าเอาหน่วยของตะกร้านั้นไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ให้ซื้อขายกันได้ระหว่างวันเหมือนหุ้นตัวหนึ่ง นั่นคือ ETF
ชื่อเต็มคือ Exchange Traded Fund แปลตรงตัวว่า "กองทุนที่ซื้อขายในตลาด" ซึ่งบอกความต่างหลักไว้ในชื่ออยู่แล้ว มันคือกองทุน แต่ซื้อขายแบบหุ้น
ต่างกันตรงไหนบ้าง
| หัวข้อ | กองทุนรวมทั่วไป | ETF |
|---|---|---|
| ซื้อขายที่ไหน | สั่งผ่าน บลจ. หรือธนาคาร | ส่งคำสั่งในตลาดหุ้น ผ่านพอร์ตหุ้น |
| ราคาที่ได้ | ราคาปิดของวันนั้น รู้ทีหลัง | ราคาตลาดตอนที่คำสั่งจับคู่ รู้ทันที |
| ซื้อระหว่างวันได้ไหม | ไม่ได้ ทุกคำสั่งในวันได้ราคาเดียวกัน | ได้ ราคาขยับตลอดเวลาที่ตลาดเปิด |
| ซื้อขั้นต่ำ | บางกองไม่มีขั้นต่ำ | ตามจำนวนหน่วยที่ตลาดกำหนด |
| ค่าธรรมเนียมจัดการ | มักสูงกว่า | มักต่ำกว่า โดยเฉพาะกองที่ตามดัชนี |
| ค่าธรรมเนียมซื้อขาย | บางกองมีค่าธรรมเนียมขาเข้าขาออก | เสียค่าคอมมิชชั่นเหมือนซื้อหุ้น |
| ตั้งซื้ออัตโนมัติทุกเดือน | ทำได้ง่าย ตัดบัญชีอัตโนมัติ | ส่วนใหญ่ต้องกดเอง |
สองแถวล่างสุดคือจุดที่คนมองข้ามบ่อยที่สุด และมักเป็นตัวตัดสินจริง ๆ สำหรับนักลงทุนรายย่อยที่ลงทุนสม่ำเสมอด้วยเงินก้อนไม่ใหญ่
เรื่องราคา ที่ทำให้คนใหม่งง
กองทุนรวมทั่วไปคิดราคาวันละครั้งหลังตลาดปิด เรียกว่ามูลค่าหน่วยลงทุน คุณส่งคำสั่งซื้อตอนสิบโมงหรือบ่ายสาม ก็ได้ราคาเดียวกัน คือราคาปิดของวันนั้น ข้อดีคือไม่ต้องจับจังหวะ ข้อเสียคือคุณไม่รู้ราคาที่จะได้จนกว่าจะสิ้นวัน
ETF ตรงกันข้าม ราคาขยับทุกวินาทีที่ตลาดเปิด เหมือนหุ้น คุณเห็นราคาก่อนกดซื้อ แต่ต้องเจอกับ ส่วนต่างราคาเสนอซื้อกับเสนอขาย ซึ่งเป็นต้นทุนแฝงที่ไม่แสดงเป็นค่าธรรมเนียม
ETF ที่มีคนซื้อขายเยอะ ส่วนต่างนี้จะแคบมากจนแทบไม่รู้สึก แต่ ETF ที่ซื้อขายเบาบาง ส่วนต่างอาจกว้างจนกินผลตอบแทนไปหลายเปอร์เซ็นต์ ก่อนซื้อ ETF ตัวไหนควรดูปริมาณซื้อขายเฉลี่ยย้อนหลังเสมอ ไม่ใช่ดูแค่ค่าธรรมเนียมที่ประกาศไว้
ค่าธรรมเนียม ใครถูกกว่ากันแน่
คำตอบสั้น ๆ คือ ETF มักถูกกว่าในระยะยาว แต่ไม่เสมอไปสำหรับทุกคน
ค่าธรรมเนียมมีสองชั้นที่ต้องแยกให้ออก
- ค่าบริหารจัดการรายปี หักจากมูลค่ากองทุกวัน คุณไม่เห็นเป็นรายการ ชั้นนี้ ETF ที่ตามดัชนีมักต่ำกว่ากองทุนที่มีผู้จัดการเลือกหุ้นอย่างชัดเจน
- ค่าธรรมเนียมตอนซื้อขาย ETF เสียค่าคอมมิชชั่นทุกครั้งที่ซื้อและขาย บวกส่วนต่างราคาเสนอซื้อเสนอขาย ส่วนกองทุนรวมบางกองไม่มีค่าธรรมเนียมขาเข้าเลย
ผลที่ตามมาคือ คนที่ซื้อบ่อยด้วยเงินก้อนเล็ก อาจจ่ายแพงกว่าถ้าใช้ ETF เพราะค่าคอมมิชชั่นขั้นต่ำต่อรายการกินสัดส่วนสูง ในขณะที่คนที่ลงเงินก้อนใหญ่แล้วถือยาว จะได้เปรียบจากค่าบริหารจัดการที่ต่ำกว่าอย่างชัดเจน
ลองคิดด้วย ตัวเลขสมมติ นี้ ถ้าค่าคอมขั้นต่ำอยู่ที่ 300 บาทต่อครั้ง การซื้อครั้งละ 5,000 บาท เท่ากับจ่ายไป 6% ตั้งแต่ยังไม่ทันลงทุน แต่ถ้าซื้อครั้งละ 100,000 บาท ก็เหลือ 0.3% ซึ่งคนละเรื่องกัน ค่าคอมจริงของแต่ละเจ้าไม่เท่ากัน ให้เอาตัวเลขของเจ้าที่คุณใช้มาแทนค่าเอง
คนไทยเข้าถึง ETF ได้ทางไหนบ้าง
- ETF ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย ซื้อด้วยพอร์ตหุ้นไทยที่มีอยู่แล้ว ใช้เงินบาท มีให้เลือกไม่มากแต่สะดวกที่สุด
- ETF ต่างประเทศผ่านบัญชีหุ้นต่างประเทศ เลือกได้กว้างที่สุด แต่ต้องแลกเงินและมีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำต่อรายการ
- กองทุนรวมไทยที่ไปลงทุนใน ETF ต่างประเทศอีกที ซื้อด้วยเงินบาทผ่านแอปธนาคาร สะดวกที่สุดสำหรับเงินก้อนเล็ก แต่มีค่าธรรมเนียมของกองไทยซ้อนเข้ามาอีกชั้น
ทางที่สามคือทางที่คนไทยส่วนใหญ่ใช้จริง เพราะเริ่มได้ด้วยเงินหลักร้อย และไม่ต้องยุ่งกับเรื่องแลกเงินหรือเอกสารภาษีกับต่างประเทศ รายละเอียดของแต่ละทางอ่านได้ที่ ลงทุนหุ้นอเมริกาจากไทย
ข้อควรระวังเฉพาะของ ETF
- ปริมาณซื้อขายน้อย ทำให้ส่วนต่างราคากว้าง ซื้อแพงขายถูก
- ราคาตลาดอาจต่างจากมูลค่าสินทรัพย์จริง โดยเฉพาะตอนตลาดผันผวนแรง หรือตอนที่ตลาดต้นทางปิดแต่ ETF ยังซื้อขายอยู่
- ETF บางประเภทซับซ้อนกว่าที่ชื่อบอก เช่นตัวที่ใช้ตราสารอนุพันธ์ หรือตัวที่ตั้งเป้าให้ผลตอบแทนเป็นหลายเท่าของดัชนี พวกนี้ไม่เหมาะกับการถือยาว และไม่เหมาะกับคนเริ่มต้นเลย
- เงินปันผลอาจถูกหักภาษีจากประเทศต้นทาง ก่อนถึงมือคุณ
ข้อสามสำคัญกว่าที่คนคิด เพราะชื่อ ETF หลายตัวดูคล้ายกันมาก แต่กลไกข้างในต่างกันสิ้นเชิง อ่านหนังสือชี้ชวนอย่างน้อยส่วนสรุปทุกครั้ง
แล้วควรเลือกอันไหน
เลือกกองทุนรวม ถ้า
คุณลงทุนสม่ำเสมอด้วยเงินก้อนไม่ใหญ่ อยากตั้งตัดบัญชีอัตโนมัติแล้วลืมไปเลย และไม่อยากยุ่งกับการส่งคำสั่งซื้อขายเอง
เลือก ETF ถ้า
คุณลงเงินก้อนใหญ่ต่อครั้ง ตั้งใจถือยาวหลายปี และอยากให้ค่าบริหารจัดการต่ำที่สุดเท่าที่ทำได้ โดยยอมกดคำสั่งซื้อเอง
ใช้ทั้งสองอย่างก็ได้
คนจำนวนไม่น้อยใช้กองทุนรวมสำหรับเงินที่ตัดอัตโนมัติทุกเดือน แล้วใช้ ETF ตอนมีเงินก้อนใหญ่เข้ามา เช่นโบนัสปลายปี ไม่มีกฎว่าต้องเลือกอย่างเดียว
คำถามที่พบบ่อย
ETF จ่ายปันผลไหม
แล้วแต่ตัว บางตัวจ่ายปันผลออกมาเป็นเงินสด บางตัวเอาไปลงทุนต่อให้อัตโนมัติ ตัวที่ลงทุนต่อให้เหมาะกับการสะสมระยะยาวมากกว่า เพราะไม่ต้องมานั่งเอาปันผลไปซื้อเพิ่มเอง และไม่มีค่าธรรมเนียมจากการซื้อรอบใหม่
ETF กับกองทุนดัชนี ต่างกันไหม
เป็นคนละเรื่องกัน กองทุนดัชนีคือ "นโยบายการลงทุน" ที่ตามดัชนีแทนที่จะเลือกหุ้นเอง ส่วน ETF คือ "รูปแบบการซื้อขาย" ที่จดทะเบียนในตลาด ETF ส่วนใหญ่เป็นกองทุนดัชนี แต่กองทุนดัชนีก็มีที่ไม่ใช่ ETF และ ETF ก็มีที่ไม่ได้ตามดัชนี
ซื้อ ETF ต่างประเทศแล้วเสียภาษียังไง
เงินปันผลมักถูกหักภาษีจากประเทศต้นทางก่อน ส่วนกำไรจากการขายมีหลักเกณฑ์ฝั่งไทยอีกชั้น ซึ่งมีการปรับปรุงเป็นระยะ ควรตรวจกับประกาศที่ใช้กับปีภาษีนั้น ดูแหล่งอ้างอิงที่ หน้าแหล่งข้อมูล
เงินหลักพัน ซื้อ ETF ได้ไหม
ในทางเทคนิคได้ถ้าราคาต่อหน่วยไม่สูง แต่มักไม่คุ้มค่าธรรมเนียมขั้นต่ำต่อรายการ เงินระดับนี้ใช้กองทุนรวมจะเหมาะกว่ามาก อ่านวิธีเริ่มที่ DCA เดือนละ 1,000 บาท
ETF เจ๊งได้ไหม
ตัว ETF เองมีโอกาสถูกปิดกองถ้าขนาดเล็กเกินไปจนไม่คุ้มบริหาร แต่กรณีนั้นผู้ถือหน่วยจะได้เงินคืนตามมูลค่าสินทรัพย์ ไม่ได้สูญเปล่า ความเสี่ยงจริงที่ต้องกังวลคือมูลค่าสินทรัพย์ข้างในลดลง ซึ่งเป็นความเสี่ยงปกติของการลงทุน
สรุปสั้น ๆ
ETF คือกองทุนที่ซื้อขายในตลาดเหมือนหุ้น จุดเด่นคือค่าบริหารจัดการมักต่ำกว่า และเห็นราคาก่อนกดซื้อ จุดที่ต้องระวังคือค่าคอมมิชชั่นต่อรายการกับส่วนต่างราคาเสนอซื้อเสนอขาย
เงินก้อนเล็กและลงทุนสม่ำเสมอ กองทุนรวมมักคุ้มกว่า เงินก้อนใหญ่และถือยาว ETF มักได้เปรียบ เลือกจากพฤติกรรมการลงทุนของตัวเอง ไม่ใช่จากคำว่าอันไหนดีกว่า ติดตามตลาดหุ้นโลกได้ที่ หมวดหุ้นต่างประเทศ
บทความนี้อธิบายกลไกและความต่างเชิงหลักการ ไม่ได้แนะนำกองทุนหรือ ETF ตัวใดตัวหนึ่ง และไม่ได้ระบุค่าธรรมเนียมของผลิตภัณฑ์ใด ต้องอ่านหนังสือชี้ชวนและตรวจค่าธรรมเนียมล่าสุดก่อนตัดสินใจ การลงทุนมีความเสี่ยง ใช้เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
สมัครสมาชิกฟรี รับสรุปข่าวก่อนตลาดเปิด และอ่านบทความย้อนหลังได้ครบ
สมัครฟรี เข้ากลุ่มข่าวหุ้น