ภาษีคริปโตในไทย ต้องเสียไหม สรุปให้ใน 5 ข้อ
- คำถามที่คนซื้อคริปโตในไทยถามบ่อยที่สุดคือ "ต้องเสียภาษีไหม" คำตอบสั้น ๆ คือกำไรจากคริปโตถือเป็นเงินได้ที่ต้องนำไปคำนวณภาษี แต่รายละเอียดว่าเสียตอนไหน คิดจากอะไร และมีข้อยกเว้นอะไรบ้าง ซับซ้อนกว่าที่หลายคนคิด บทความนี้แยกให้เห็นทีละข้อ
ข้อ 1 กำไรจากคริปโตนับเป็นเงินได้ ไม่ใช่ของนอกระบบ
จุดเริ่มต้นที่ต้องเข้าใจก่อนคือ ในสายตากฎหมายไทย กำไรจากการขายคริปโทเคอร์เรนซี และโทเคนดิจิทัล ถือเป็นเงินได้พึงประเมินประเภทหนึ่ง เช่นเดียวกับดอกเบี้ยหรือเงินปันผล ไม่ได้เป็นเงินที่อยู่นอกระบบภาษีอย่างที่หลายคนเข้าใจ
หมายความว่าถ้าคุณมีกำไรจากการเทรด คุณมีหน้าที่นำเงินได้ส่วนนั้นไปรวมคำนวณ ในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี ไม่ว่าจะเทรดผ่านศูนย์ซื้อขายในไทย ต่างประเทศ หรือซื้อขายกันเอง
สิ่งที่ต่างกันคือ ช่องทางที่ใช้เทรดมีผลกับวิธีปฏิบัติและสิทธิประโยชน์ที่ได้ ซึ่งจะพูดถึงในข้อถัดไป
ข้อ 2 เสียตอนไหน — ตอนขาย ไม่ใช่ตอนราคาขึ้น
ข้อนี้คนเข้าใจผิดกันเยอะ ราคาเหรียญที่ถืออยู่ขึ้นไปเท่าไรก็ตาม ถ้ายังไม่ได้ขายหรือแลกเปลี่ยน ก็ยังไม่เกิดเงินได้ ไม่ต้องเสียภาษี
เงินได้เกิดขึ้นเมื่อมี รายการที่ทำให้กำไรกลายเป็นจริง ซึ่งรวมถึง
- ขายเหรียญเป็นเงินบาท
- แลกเหรียญหนึ่งเป็นอีกเหรียญหนึ่ง ซึ่งก็ถือว่าขายเหรียญเดิมแล้ว
- ใช้เหรียญซื้อสินค้าหรือบริการ
- ได้รับผลตอบแทนในรูปเหรียญ เช่น ดอกเบี้ยจากการฝาก หรือรางวัลจากการขุด
ข้อที่คนลืมบ่อยที่สุดคือการ แลกเหรียญเป็นเหรียญ หลายคนคิดว่ายังไม่ได้ถอนเป็นเงินบาท ก็เท่ากับยังไม่ได้กำไร แต่ในทางภาษีถือว่าขายเหรียญเดิมออกไปแล้ว ถ้าเหรียญเดิมมีกำไร ก็เกิดเงินได้ ณ จังหวะนั้น
ข้อ 3 คิดกำไรยังไง และเอกสารที่ต้องเก็บ
กำไรคือราคาขายลบต้นทุน ฟังดูง่าย แต่ปัญหาจริงคือ ถ้าซื้อเหรียญเดียวกันหลายรอบคนละราคา จะนับต้นทุนก้อนไหน
วิธีที่ใช้กันมีสองแบบหลัก คือ เข้าก่อนออกก่อน ซึ่งถือว่าเหรียญที่ซื้อมาก่อน ถูกขายออกไปก่อน กับ ต้นทุนถัวเฉลี่ย ซึ่งเอาต้นทุนทั้งหมดมาเฉลี่ยต่อหน่วย เลือกวิธีไหนก็ได้ แต่เมื่อเลือกแล้วต้องใช้วิธีเดิมตลอดทั้งปีภาษี ห้ามสลับไปมาให้ผลลัพธ์ดูดี
สิ่งที่ควรทำตั้งแต่วันนี้คือเก็บข้อมูลเหล่านี้ไว้ทุกรายการ
- วันที่ทำรายการ
- ชื่อเหรียญและจำนวน
- ราคาต่อหน่วยเป็นเงินบาท ณ ตอนนั้น
- ค่าธรรมเนียมที่จ่าย
- ชื่อศูนย์ซื้อขายหรือช่องทางที่ใช้
ศูนย์ซื้อขายที่ได้รับใบอนุญาตในไทยส่วนใหญ่ให้ดาวน์โหลดรายงานรายการย้อนหลังได้ ควรโหลดเก็บไว้เป็นระยะ อย่ารอถึงตอนยื่นภาษีแล้วค่อยไปหา เพราะถ้าเลิกใช้บริการไปแล้วหรือแพลตฟอร์มปิดตัว จะย้อนกลับไปเอาข้อมูลได้ยากมาก
ข้อ 4 ขาดทุนหักกลบกับกำไรได้ไหม
เรื่องนี้เป็นจุดที่คนถามเยอะและกฎมีการปรับปรุง หลักที่ควรเข้าใจคือ การนำผลขาดทุนมาหักกลบกับกำไร ไม่ได้เปิดให้ทำได้ในทุกกรณี แต่มีเงื่อนไขผูกกับช่องทางที่ใช้เทรด
โดยทั่วไปแล้ว การเทรดผ่านศูนย์ซื้อขายที่ได้รับใบอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลในไทย จะมีสิทธิประโยชน์และวิธีปฏิบัติที่ชัดเจนกว่าการเทรดผ่านช่องทางที่ไม่ได้รับใบอนุญาต เพราะหน่วยงานสามารถตรวจสอบรายการได้
นี่เป็นเหตุผลเชิงปฏิบัติที่ควรเลือกใช้ศูนย์ซื้อขายที่มีใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. นอกเหนือจากเรื่องความปลอดภัยของเงินตัวเอง
ข้อนี้ต้องตรวจสอบกับประกาศล่าสุดก่อนยื่นจริงทุกครั้ง เพราะเป็นส่วนที่มีการแก้ไขบ่อยที่สุดในบรรดาเรื่องภาษีคริปโต และมีมาตรการที่ให้สิทธิเป็นช่วงเวลาแล้วหมดอายุ ไม่ใช่กฎถาวร
ข้อ 5 มาตรการชั่วคราวมีจริง แต่อย่าจำสับสนกับกฎถาวร
ที่ผ่านมามีมาตรการทางภาษีหลายอย่างที่ออกมาเพื่อสนับสนุนสินทรัพย์ดิจิทัล บางอย่างเป็นการยกเว้นภาษีเฉพาะช่วงเวลา บางอย่างผูกกับเงื่อนไขว่าต้องทำผ่านผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาต
ปัญหาที่เจอบ่อยคือคนอ่านข่าวพาดหัวว่า "ยกเว้นภาษีคริปโต" แล้วเข้าใจว่า ตั้งแต่นี้ไปไม่ต้องเสียภาษีอีกเลย ซึ่งไม่ตรงกับความจริง มาตรการแบบนี้เกือบทั้งหมดมี วันเริ่ม วันสิ้นสุด และเงื่อนไขที่ต้องเข้าเกณฑ์
วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือ ก่อนยื่นภาษีของปีไหน ให้ไปดูประกาศที่ใช้กับปีภาษีนั้น ไม่ใช่จำจากข่าวเมื่อสองปีก่อน ดูรายชื่อแหล่งข้อมูลที่เราใช้อ้างอิงได้ที่ หน้าแหล่งข้อมูล
ตัวอย่างการคิด เพื่อให้เห็นภาพ
ตัวเลขข้างล่างเป็น ตัวอย่างสมมติ ไม่ใช่ราคาจริงและไม่ใช่คำแนะนำ สมมติว่าในปีภาษีหนึ่ง คุณทำรายการดังนี้
| รายการ | รายละเอียด | ผล |
|---|---|---|
| ซื้อเหรียญ A | ลงทุน 100,000 บาท | ยังไม่เกิดเงินได้ |
| ราคาขึ้นเป็น 150,000 บาท | ยังถืออยู่ ไม่ได้ขาย | ยังไม่เกิดเงินได้ |
| แลกเหรียญ A เป็นเหรียญ B | ตอนมูลค่า 150,000 บาท | เกิดเงินได้ 50,000 บาท |
| ปลายปี เหรียญ B เหลือ 120,000 บาท | ยังถืออยู่ | ไม่ลบเงินได้ที่เกิดไปแล้ว |
สิ่งที่ตารางนี้บอกคือ คนที่แลกเหรียญไปมาบ่อย ๆ อาจมีเงินได้ที่ต้องเสียภาษี ทั้งที่มูลค่าพอร์ตปลายปีต่ำกว่าตอนกลางปี เพราะภาษีดูที่รายการที่เกิดขึ้น ไม่ได้ดูที่ยอดคงเหลือปลายปี
ข้อควรระวังที่เจอบ่อย
- คิดว่าไม่ถอนเป็นบาทก็ไม่ต้องเสีย การแลกเหรียญเป็นเหรียญก็นับเป็นการขาย
- ไม่เก็บประวัติรายการ พอถึงเวลายื่นจริงคำนวณต้นทุนไม่ได้
- เชื่อพาดหัวข่าวเรื่องยกเว้นภาษีโดยไม่อ่านเงื่อนไข
- ใช้แพลตฟอร์มที่ไม่มีใบอนุญาต แล้วขอเอกสารประกอบการยื่นไม่ได้
- เปลี่ยนวิธีคิดต้นทุนกลางปี ซึ่งทำไม่ได้ ต้องใช้วิธีเดียวทั้งปี
คำถามที่พบบ่อย
ถือเฉย ๆ ไม่ขาย ต้องเสียภาษีไหม
ไม่ต้อง ตราบใดที่ยังไม่มีรายการขาย แลกเปลี่ยน หรือนำไปใช้จ่าย ราคาที่ขึ้นบนหน้าจอยังไม่ถือเป็นเงินได้ ภาษีเกิดเมื่อกำไรกลายเป็นจริงเท่านั้น
ขาดทุนทั้งปี ต้องยื่นอะไรไหม
ถ้าไม่มีเงินได้จากคริปโตเลย ก็ไม่มีอะไรต้องนำไปรวมคำนวณจากส่วนนี้ แต่ควรเก็บหลักฐานไว้ เผื่อถูกสอบถามภายหลัง และเพื่อใช้เป็นต้นทุนอ้างอิงในปีถัดไป
เทรดผ่านเว็บต่างประเทศ กรมสรรพากรรู้ไหม
ควรตั้งสมมติฐานว่ารู้ได้ การแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการเงินระหว่างประเทศมีมากขึ้นทุกปี และเงินที่โอนกลับเข้าบัญชีธนาคารไทยก็เป็นร่องรอยอยู่แล้ว การไม่แจ้งเงินได้มีโทษทั้งเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ซึ่งมักแพงกว่าภาษีที่เลี่ยงไว้มาก
ขุดเหรียญได้มา นับเป็นเงินได้ตอนไหน
โดยหลักถือว่าเกิดเงินได้เมื่อได้รับเหรียญมา โดยตีมูลค่าเป็นเงินบาท ณ วันที่ได้รับ และเมื่อขายออกไปภายหลัง ส่วนต่างจากมูลค่าตอนรับก็เป็นเงินได้อีกทอดหนึ่ง กรณีนี้ซับซ้อนกว่าการเทรดทั่วไป ควรปรึกษาผู้ทำบัญชี
ต้องจ้างนักบัญชีไหม
ถ้าทำรายการไม่กี่ครั้งต่อปีและเก็บหลักฐานครบ ทำเองได้ แต่ถ้าเทรดถี่ ใช้หลายแพลตฟอร์ม มีการขุดหรือฟาร์ม หรือยอดเงินสูง การจ้างผู้ทำบัญชีที่เข้าใจสินทรัพย์ดิจิทัลมักคุ้มกว่าความเสี่ยงที่จะยื่นผิด
สรุปสั้น ๆ
กำไรจากคริปโตเป็นเงินได้ที่ต้องนำไปคำนวณภาษี เกิดเมื่อมีการขาย แลกเปลี่ยน หรือนำไปใช้ ไม่ใช่ตอนราคาขึ้นเฉย ๆ การแลกเหรียญเป็นเหรียญก็นับด้วย ส่วนเรื่องการหักกลบขาดทุนและมาตรการยกเว้นภาษี มีเงื่อนไขและวันหมดอายุ ต้องดูประกาศที่ใช้กับปีภาษีนั้นทุกครั้ง
สิ่งที่ทำได้ทันทีและช่วยได้มากที่สุดคือ เริ่มเก็บประวัติรายการให้ครบตั้งแต่วันนี้ และเลือกใช้ศูนย์ซื้อขายที่มีใบอนุญาต ติดตามความเคลื่อนไหวของตลาดคริปโตได้ที่ หมวดคริปโต
บทความนี้อธิบายหลักการทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีรายบุคคล กฎเกณฑ์ภาษีคริปโตมีการปรับปรุงเป็นระยะและมีมาตรการชั่วคราวที่มีวันหมดอายุ ก่อนยื่นภาษีจริงต้องตรวจสอบกับประกาศล่าสุดของกรมสรรพากร หรือปรึกษาผู้ทำบัญชี ใช้เพื่อการศึกษาเท่านั้น
สมัครสมาชิกฟรี รับสรุปข่าวก่อนตลาดเปิด และอ่านบทความย้อนหลังได้ครบ
สมัครฟรี เข้ากลุ่มข่าวหุ้น